2009/Apr/05

เนื่องจากในเนื้องานที่ทำตอนนี้ ประกอบกัยไปเทรนนิ่งและรวมเอาความรู้ทางการแพทย์ที่มีดั้งเดิม และจากหนังสือหลายสิบเล่ม และข้อมูลอีกมากมายบานตะเกียง พร้อกกับได้รับเสียงเรียกร้องให้รวมมันมาเผยแพร่

 อนุมูลอิสระ

อนุมูลอิสระ(Free radical)
กระบวนการสร้างพลังงานให้ร่างกายโดยอาศัยออกซิเจนนั้น จะเกิดผลผลิตข้างเคียง เรียกว่า reactive oxygen species เหมือนกับการเผาไหม้ที่มีควันเกิดขึ้นนั่นเอง พวกเหล่านี้คือ ออกซิเจนที่เป็นอนุมูลอิสระ ซึ่งเกิดขึ้นมากน้อยต่างกันไป ซึ่งพวกนี้นั้นอันตรายเนื่องจาก อิเลดตรอนที่อยู่วงนอกสุดของโมเลกุลนั้น ไม่มีคู่จับ จะทำให้พวกมีนไม่สเถียร ต้องไปขโมยอิเลคตรอนมาจากอะตอมใกล้เคียง ทำให้โมเลกุลของสารสำคัญในเซลล์เช่นผนังเซลล์หรือ ดีเอนเอ เสียหาย เป็นอันตรายมากเนื่องจากปฏิกริยานี้นั้นเป็นปฏิกริยาลุกโซ่ ดล่าวคือ เมื่อโมเลกุลถูกแย่งอิเลคตรอนไป ก็จะแย่งอิเลคตรอนเป็นทอดๆกันต่อไป ทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง
สายพันธ์อนุมูลอิสระและสารต้านอนุมูลอิสระในจำพวกเดียวกัน
1. ซุปเปอร์ออกไซด์ ( Superoxide O2 - )
เป็น อนุมูลอิสระที่พบได้มากที่สุด และปกติแล้วจะถูกทำลายโดย superoxide dismutase ( SOD) อย่างรวดเร็ว แต่ถ้ากระบวนการนี้เกิดไม่เร็วพอ (หรือมี SOD น้อยเกินไป) ซุปเปอร์ออกไซด์จะเข้าขโมยอีเลคตรอนที่ใกล้ที่สุด คือ ผนังเซลล์ ถัดมาคือ ไมโตคอนเดรียและโครโมโซม นอกจากฆ่าเซลล์แล้วยังเหนี่ยวนำให้เซลล์เป็นมะเร็งได้อีก
SOD ต้องการแร่ธาตุอย่าง ทองแดง สังกะสี และแมกนีเซียม เพื่อผลิตและทำหน้าที่ให้ดี
2. ไฮโดรเจนเพอร์รอกไซด์ ( Hydrogen peroxide H2O2 )
เป็น ผลผลิตที่เกิดจากการทำลายอนุมูลอิสระของ SOD ซึ่งปฏิกริยาไม่รุนแรงเท่าซุปเปอร์ออกไซด์ ซึ่งไฮโดรเจรเปอร์ออกไซด์ จะถูกทำลาย โดยเอนไซม์ คะตาเลส หรือ กลูตาไธโอน เปอรอคซิเดส ( Glutathione peroxidase) คะตาเลสทำปฏิกริยาในน้ำ ส่วนกลูตาไธโอนทำปฏิกริยาในไขมัน เมื่อปฏิกริยาสิ้นสุด จะได้ ออกซิเจนและน้ำ แต่ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ มีคามสามารถในการทำลายดีเอ็นเอ ซึ่งอาจเกนี่ยวนำให้เซลล์ใหม่เจริญกลายพันธ์ไปเป็นมะเร็งได้ ปฏิกริยาที่เกิดจากไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เรียก เปอรอกซิเดชั่น ( peroxidation ) ที่อันตรายมากคือที่เกิดกับไขมัน ( lipid peroxidation) ซึ่งจะกล่าวต่อไป
ซีลีเนียมและแอล ซีสเตอีน (selenium and L-cystein) เป็นสารตั้งต้นจำเป็นในการสร้างและเสริมสภาพของกลูตาไธโอน
3. อนุมูลไฮดรอกซิล ( Hydroxyl radical. OH* )
ใน กรณีที่กลูตาไธโอน หรือซีลีเนียมที่จะนำไปสร้างเอนไซม์ มีไม่พอทำหน้าที่เปลี่ยนไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ไปเป็นน้ำและออกซิเจน อนุมูลไฮดรอกซิลก็จะเกิดขึ้น ซึ่งมีพิษมากที่สุดและสามารเกดปฏิกรินาได้สูงมาก โดยจะไปขโมยอิเลคตรอนของอะตอมไฮโดรเจนที่อยู่ใกล้ที่สุด และเกิดขึ้นเร็วมาก เนื่องด้วยเพราะ ว่าโมเลกุลใดๆไม่อาจจะเสียอะตอมไฮโดรเจนได้ จึงเป็นอันตรายมากหากเกิดเป็นล้านๆโมเลกุลในเวลาไม่กี่วินาที
เร็วๆนี้ พบว่า สารต้านอนุมูลอิสระท่จะต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้คือ เมไธโอนีน รีดักเตส ( Methionine reductase) อามิกดาลิน ( amydaglin) หรือวิตามินบี 17-ลีทริล ( vitamin B17 – Letrile) และ โพรแอนโทรไซยานิดิน ( proanthocyanidins) ที่ได้จากเมล็ดองุ่นและเปลือกสน
4. ซิงเกลทออกซิเจน ( singlet oxygen, 1O2)
ออกซิเจนนั้นมีมากรูปแบบกว่าที่เรารู้จักกัน O2 มีประโยชน์มาก แต่ซิงเกลทออกซิเจน 1O2 นั้น
อันตราย มาก เพราะมีอันตรายต่อข้อ เกี่ยวเนื่องกับการอักเสบและมีอันตรายต่อตา ทำให้เกิดต้อกระจกและต่อจอรับภาพของตา ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพ
สารต่อต้านอนุมูลอิสระในกลุ่ม ซิงเกลทออกซิเจนได้แก่สารในกลุ่ม แคโรทีนอยด์ เช่น เบต้าแคโรทีน
และไลโคพีน

เพราะเหตุนี้ มนุษย์จึงควรได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่หลายหลายดังเกล่ามาข้างต้น เพื่อให้ครอบคลุมกับอนุมูลอิสระแต่ละชนิด

Comment

Comment:

Tweet


โอ้แบบนี้ต้องไปหามารับใส่ตัวซะแล้วสินะ
#1 by Jammaster X At 2009-04-05 11:38,